พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีและพระวิหาร วัดป่าภูก้อน

     ขออนุญาตนำความประทับใจเป็นการส่วนตัว หลังจากที่ได้รับทราบถึงความกตัญญูกตเวทีและแนวคิดของท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรีซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร "อิมเมจ" ฉบับเดือนกันยายน ปี 2004 มาเผยแพร่ด้วยความตื้นตันใจ พอสังเขปดังนี้

     "ยังมีบุคคลผู้หนึ่งที่ถือกำเนิดในนาม "คอร์ราโด เฟโรจี" ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี  และจบชีวิตลงบนแผ่นดินไทยในนาม "ศิลป์ พีระศรี  Silpa Bhirasri"  เขาได้ใช้ช่วงเวลาระหว่างการกำเนิดและความตายของเขาโดยส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่บ้านเกิด ท่ามกลางครอบครัวที่ไม่ได้จำกัดจำนวน เชื้อชาติ และสายเลือด   ชีวิตของเขาเป็นบทพิสูจน์ว่าพรมแดนของเชื้อชาตินั้นไม่มี  ตราบใดที่เราสังกัดอยู่ในพรมแดนอันกว้างขวางของศิลปะ

อ.ศิลป์1

  แนวทางการสอนศิลปะที่สอนเพื่อ "ปลูก" ปุ่มรับสุนทรียรสให้ลูกศิษย์ ได้เข้าใจอย่างเข้าถึงถึงพลังของความงามอันเป็นพลังที่ศิลปินต้องเป็นผู้ถ่ายทอด  เพื่อให้ความงามนั้นถ่ายทอดออกไปจรรโลงจิตใจผู้รับรู้ ซึ่งจับใจเจ้าของสเปซอย่างไม่อาจบรรยายได้ ดังเช่น 

    "ชาวนาปลูกข้าวให้เรากิน ทำแผ่นดินให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต   ไฉนเล่าเราจึงจะไม่เนรมิตสิ่งซึ่งยกจิตใจให้สูง  สมกับที่เราเกิดมาแล้วโดยไม่เปลืองเนื้อที่ของแผ่นดินโลก"

    คอร์ราโด เฟโรจีในวัยหนุ่มอาจไม่ได้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองว่า  เขาจะเดินทางจากชีวิตประติมากรหนุ่มแห่งเมืองฟลอเรนซ์มาเป็นช่างปั้นในราชสำนักไทย  จนเดินทางไปสู่ฐานะของผู้ที่ได้ปลูกเพาะศิลปินผู้รับใช้ศิลปะขึ้นที่นี่   และมีอิทธิพลอย่างสูงในคลื่นความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อสู่สมัยใหม่ของประเทศนี้  ไม่มีเรื่องของลาภยศสรรเสริญ หรือวัตถุใดใดที่พาคอร์ราโด เฟโรจีมาถึงที่นี่  อาจจะมีเพียงสิ่งเดียว…….

    "ข้าพเจ้าได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ  เพราะข้าพเจ้าได้อุทิศชีวิตของข้าพเจ้าให้กับบางสิ่งบางอย่างที่เป็นประโยชน์  แม้เพียงในฐานะผู้รับใช้ศิลปะที่ต่ำต้อย"

    ได้อ่านแล้ว  โดยส่วนตัวเจ้าของสเปซรู้สึกเหมือนกลืนอะไรเข้าไว้ในอก มันเป็นความรู้สึกเต็มตื้น ท่วมท้นถึงจุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์  มีมนุษยสมบัติครบ 32 อาการ  เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นมานับร้อยนับพัน เพราะชีวิตคนเราทุกคนเกิดมามีสิทธิ์  มีปัญญา  มีกุศลพอที่จะเลือกการใช้ชีวิตของตนว่าเราจะอุทิศชีวิต สังขารของเราไปกับอะไร  และตอบแทนคุณแก่สิ่งที่เราพึ่งพาอาศัยอยู่ และเราก็มีสิทธิ์ที่จะล้างผลาญมนุษยสมบัติเหล่านั้นให้ล้มหายตายจากจิตวิญญาณของเราก็ได้   

    ขึ้นอยู่กับว่า ชาตินี้เกิดมาทั้งทีแล้ว เราจะเลือกอย่างไหน……..

                      kapook_36712

Comments on: "ข้อคิดที่น่าสนใจจากผู้เป็นเสมือนบิดาแห่ง “มหาวิทยาลัยศิลปากร”" (6)

  1. รู้สึกดีจังกับบทความนี้ หนึ่งชีวิตที่เกิดมากรู้สึกเลยว่ามันผ่านไปเร็วมากๆ (เริ่มอายุมากขึ้น) เป็นเมื่อก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตไร้ค่ามากๆ แต่วันนี้เจ้าหญิงทำสิ่งที่เป็นเป้าหมายในชีวิตแล้วค่า ทำในสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่เมื่อก่อนเอื้อมมือไม่ถึง เอาใจช่วยพี่โศอีกคน ให้ทำพุทธบูชาถวายในหลวง

  2. น่าทึ่งกับความรักประเทศไทยของศิลปินของโลกอย่างอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี นะครับ เคยอ่านหนังสือประวัติท่านมาบ้าง รู้สึกเคารพมาก
    อย่างรูปปั้นพระบรมรูปทรงม้า นี่ โตมาถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือท่าน
     
    ผมว่าท่านเป็นคนเหนือคนนะ

  3. เห็นด้วยเหมือนกันค่ะว่าท่านต้องมีอะไรที่พิเศษๆ แน่ ถึงเกิดในดินแดนไกลแสนไกล ก็ยังดั้นด้นมาอุทิศจิตวิญญาณที่สั่งสมความรู้ความสามารถทางศิลปะมาไม่รู้กี่ภพชาติแด่ประเทศไทย  แถมยังมีความซาบซึ้งถึงพระคุณแห่งแผ่นดินไทยเป็นสุดยอด
    นี่แหละผู้จะเป็นเอกแห่งมนุษย์ ย่อมไม่ทำตามผู้ใด มีความเห็นตั้งมั่นเป็นของตัวเอง และทำตามความเห็นนั้นอย่างไม่ย่อท้อ ไม่มีความคิด ความมุ่งหวัง  มีแต่ความเมตตากรุณา มุทิตา อุเบกขาต่อผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ  จึงจะเป็นยอด เป็นเอกในด้านต่างๆ ได้อย่างแท้จริง
    นับถือท่านเหมือนกันค่ะ

  4. " ไฉนเล่าเราจึงจะไม่เนรมิตสิ่งซึ่งยกจิตใจให้สูง สมกับที่เราเกิดมาแล้วโดยไม่เปลืองเนื้อที่ของแผ่นดินโลก" สุดยอดจริงๆ ค่ะ

  5. อ่านแล้วซึ้งมากคะ หนูขออุทิศชีวิตให้กับความดี

  6. เคยเข้ามาอ่านเมื่อปีที่แล้วเข้ามาอ่านวันนี้ก็ยังซาบซึ้งงไม่สร่างหนูเชื่อว่าหนูมีปัญญา หนูต้องทำในสิ่งที่หนูปราถนาให้สำเร็จ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: