พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีและพระวิหาร วัดป่าภูก้อน

21. icon_20081217210056 พระพิราพ (พระวิราธ, พระวีราวณะ)
ตามคติของธิเบต เชื่อว่า วิราธ เป็นเทพแห่งศิลปะการร่ายรำ คล้องกับพระพิราพของไทย ยกย่องเป็นบรมครูด้านนาฏศิลป์ของเหล่าศิลปินทั้งหลาย   ผู้เรียนดนตรีและนาฏศิลป์ที่มีวัยวุฒิจะต้องเข้าพิธีไหว้ครูเมื่อเรียนหน้าพาทย์สูงสุด เรียกว่า หน้าพาทย์พระพิราพ โดยจะได้รับการครอบศีรษะพระพิราพ และต้องตั้งอยู่ในพรหมวิหารสี่ และสอนศิษย์ผู้อื่นต่อไป
กำเนิดของพระพิราพ  เป็นอสูรเทพบุตร อยู่เชิงเขาอัศกรรณ เป็นยักษ์มีคุณธรรม ไม่ชอบเบียดเบียนใคร พระอิศวรเอากำลังพระสมุทร และพระเพลิงแบ่งประทาน และทรงกำหนดเขตสวนมะม่วงให้อยู่ และจับสัตว์รอบบริเวณกินเป็นอาหาร  จนถูกศรพระนารายณ์อวตาร (พระราม) จึงกลับไปอยู่บนสวรรค์ตามเดิม 

  มูลเหตุที่ศิลปินเคารพบูชาเพราะว่า มีผู้ค้นคว้าไว้ว่า
    1.
พระพิราพองค์นี้เป็นปางที่ดุร้ายของพระอิศวร หรือ พระอิศวรภาคดำ
    2.
ชื่อ พิราพ นี้ไปพ้องกับชื่อ วิราวณะ ของฮินดู อันเป็นเทพเจ้าแห่งการฟ้อนรำ
    3.
ชื่อ พิราพ อันเป็นนามเทพเจ้าแห่งคุณงามความดี

     ลักษณะของพระพิราพ  เศียรโล้น  สวมกระบังหน้า  ปากแสยะ  ตาจระเข้   มีกายสีม่วงแก่  พักตร์  กร สมส่วนสง่างาม แต่งกายอลังการ ห่มเกราะ เท้าเปล่า  มีหอกเป็นอาวุธ  ด้วยท่านเป็นยักษ์ มีฤทธิ์มาก และเสวยเครื่องที่เป็นของดิบ

22. icon_20081217210056 พระปัญจสิขร (ปัญจสิขะคนธัพพเทพบุตร)
 "ยอกรกึ่งเกล้าบงกชเกศ    ไหว้ไทเทเวศน์เป็นใหญ่   อันเรืองรู้ครูครอบพิณชัย   สถิตในฉ้อชั้นกามา
ทรงนามชื่อปัญจสิขร   ได้สั่งสอนสานุศิษย์ในแหล่งหล้า  เป็นตำหรับรับร้องสืบมา  ปรากฎเกียรติในแผ่นดินดอน   ท่านเทวดาปัญจสิขร   พระกรเธอถือพิณ   ดีดบัณลือเสนาะสนั่น"

อ่านบทเพลงยาวไหว้ครู ก็ทำให้เข้าใจได้เลยว่าเหตุใดที่ศิลปินดนตรียอมรับนับถือ พระปัญจสิขรเป็นครูเทพทางดนตรีเป็นครูแห่งเครื่องสายมโหรี มีหน้าที่บรรเลงดนตรี ขับร้อง และฟ้อนรำบำเรอเทพเจ้าและเทพนิกร จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าแห่งเครื่องดนตรีทั้งปวง มีความสามารถในเชิงดีดพิณ และขับลำนำเป็นเลิศ จนเป็นที่โปรดปรานของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ถึงกับทรงอนุญาตให้เฝ้าได้ทุกเวลา

กำเนิดของพระปัญจสิขร   ทางพุทธศาสนากล่าวว่าเทพเจ้าองค์นี้เดิมเคยเป็นมนุษย์  เป็นเด็กเลี้ยงโคไว้ผม ๕ แหยม เป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใสศรัทธาในทางกุศล  สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์   เมื่อตาย (เสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม) จึงเกิดเป็นเทพบุตรในชั้นจาตุมหาราชิกา มีชื่อว่า "ปัญจสิขคนธัพเทพบุตร"

    ลักษณะของพระปัญจสิขร   เป็นเทพบุตรรูปงาม  ผิวกายสีขาวบางแห่งว่าสีทอง  มีกุณฑล  มี ๑ พักตร์ทรงมงกุฎยอดน้ำเต้า ๕  ยอด มี  ๔ กร ถือพิณ และบัณเฑาะว์ เป็นเครื่องดนตรีประจำกาย ทรงอาภรณ์ไปด้วยนิลรัตน์ ทรงภูษาสีแดง  มักจะเห็นอยู่ด้านหน้าและเดินนำหน้าพระอิศวร คราวเสด็จออกจากวิมานทุกครั้ง

 icon_20081217210056 ศรัทธาร่วมบุญโดย  

23. icon_20081217210056 พระเกตุ

 พระเกตุ  ตามคติของฮินดูหรือพราหมณ์ คือ ส่วนหางของพระราหู  เรียกว่า หางมังกร  ที่ถูกตัดขาดจากลำตัวของพระราหู   แต่เพราะพระราหูลักลอบดื่มน้ำอมฤตคราวเทวดากวนเกษียรสมุทร   พระราหูจึงไม่ตาย  กายท่อนบนยังคงลอยไปกลางนภากาศ  คอยจับอาทิตย์กับจันทร์   นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า  ส่วนหางของพระราหู คือ พระเกตุนั้นเมื่อถูกตัดขาดออกจากกัน จากเดิมที่เป็นเทพองค์เดียวกัน ก็เกิดการอุบัติของเทพองค์ใหม่ กลายเป็นสององค์ หรือดาวพี่ดาวน้อง ดาวคู่แฝดกัน

เมื่อพระราหูถูกตัดออกเป็นสองท่อนแล้ว  ด้วยอำนาจบุญฤทธิ์ของเทวดาที่มีกายเป็นโอปปาติกะ คือ เป็นกายทิพย์ที่ละเอียดเกิดขึ้นทันทีทันใด      ดังนั้น กายท่อนล่างที่ถูกตัดขาดไปนั้นก็งอกเงยขึ้นมาใหม่   แต่แทนที่จะกลายเป็นหางมังกรเหมือนเดิม   กลับกลายเป็นเท้าสองข้างเหมือนเทพทั่วไป

     ลักษณะของพระเกตุ 

 มีสีวรกายสีนิลออกไปทางทองแดง   ทรงสุบรรณ (ครุฑ) เป็นพาหนะ   มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ

ในหนังสือประเพณีพิธีมงคลของไทย ได้กล่าวถึงพระเกตุเทวราชว่า “ทรงซึ่งทิพยสุวรรณอาภรณ์วิภูษิต  ทรงพระยามังกรเรืองฤทธิ์เป็นพาหนะ พร้อมด้วยเทพยสุราฤทธิ์เรืองเดชแวดล้อมเป็นบริวาร  สถิตในสถานปัจฉิมทิศ” แปลง่าย ๆ ก็คือ  มีกายเป็นสีทองคำสุกอร่าม  มีพระยามังกรเป็นพาหนะ  เป็นเทวดาพระเคราะห์อยู่ประจำทิศปัจฉิม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: